Skip to Main Content

กระเป๋าสัมภาระที่ไม่มีค่าธรรมเนียม

ข้อมูลทั่วไป กระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้เครื่อง สัมภาระติดตัว

กระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่อง

เพื่อความปลอดภัยในการบิน เมื่อคุณเช็คอินกระเป๋าสัมภาระที่บรรจุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาที่มีแบตเตอรี่ลิเธียม (รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์) เพื่อโหลดใต้ท้องเครื่อง โปรดระวังสิ่งต่อไปนี้

  • ปิดอุปกรณ์เหล่านั้น (อย่าเปิดอุปกรณ์ทิ้งไว้ใน Sleep Mode หรือ Airplane Mode)
  • ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการเปิดใช้งานโดยไม่ตั้งใจและป้องกันอุปกรณ์ไม่ให้เกิดความเสียหายตลอดการเดินทาง

หากผู้โดยสารท่านใดฝ่าฝืนกฎข้อบังคับอาจมีบทลงโทษในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐประจำท้องถิ่น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ กฎข้อบังคับ

กระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องฟรี

บัตรโดยสารสำหรับเส้นทางระหว่างประเทศของสายการบิน EVA/UNI AIR ทั้งหมดที่ออกให้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565 จะเปลี่ยนมาใช้หลักคำนวณแบบจำนวนชิ้น หากบัตรโดยสารของคุณแสดงหน่วยของกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตใหฟรีเป็น “กก.” จะยังคงให้ใช้หลักคำนวณแบบน้ำหนักตามเดิม โปรดตรวจสอบหน้าข้อมูลต่อไปนี้เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

บัตรโดยสารที่ออกให้ในวันที่/หลังจาก่วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565

บัตรโดยสารที่ออกให้ในวันที่/ก่อนว้นที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565


บัตรโดยสารที่ออกให้ในวันที่/หลังจาก่วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565

จะนำหลักคำนวณกระเป๋าสัมภาระที่เป็นจำนวนชิ้นแบบใหม่มาใช้กับเส้นทางบินระหว่างประเทศของ EVA/UNI Air ทั้งหมด จำนวนชิ้นของกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตจะขึ้นอยู่กับค่าโดยสารและเส้นทางที่เลือก

แผนการเดินทางรวมถึงเที่ยวบินที่ให้บริการโดย EVA Air/UNI Air หรือสายการบินหลัก (MSC) จะถูกกำหนดโดย EVA Air/UNI Air เท่านั้น และข้อมูลนั้นจะนำไปใช้กับแผนการเดินทางที่แสดงอยู่บนบัตรโดยสาร สำหรับการเดินทางที่มีบัตรโดยสารแบบแยกซื้อ ให้ใช้ข้อกำหนดกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตให้โหลดใต้เครื่องฟรีตามที่แสดงอยู่บนบัตรโดยสารแต่ละใบ

เมื่อมีประเภทราคาบัตรโดยสารของ EVA/UNI AIR ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ด้านล่างนี้:

เที่ยวบินระยะไกล (ไป/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา / ยุโรป / ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์)

เที่ยวบินระยะสั้น (ภายในเอเชีย)

*ทารกไม่มีที่นั่ง (ทุกเส้นทางและทุกชั้นโดยสาร) - 1 ชิ้น น้ำหนักเท่ากับกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตในชั้นโดยสารของผู้ใหญ่
*ผลรวมสามด้านของกระเป๋าสัมภาระแต่ละชิ้นต้องไม่เกิน 158 ซม. (62 นิ้ว)


กระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตให้ตามชั้นโดยสารเมื่อใช้ค่าโดยสารอื่นนอกเหนือจากประเภทราคาบัตรโดยสารของ EVA/UNI Air

เที่ยวบินระยะไกล (ไป/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา / ยุโรป / ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์)

เที่ยวบินระยะสั้น (ภายในเอเชีย)

*ทารกไม่มีที่นั่ง (ทุกเส้นทางและทุกชั้นโดยสาร) - 1 ชิ้น น้ำหนักเท่ากับกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตในชั้นโดยสารของผู้ใหญ่
*กระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตฟรีสำหรับรางวัลบัตรโดยสาร Infinity MileageLands และบัตรโดยสารฟรี/ บัตรโดยสารลดราคาอื่น ๆ ในชั้นประหยัดของเที่ยวบินระยะใกล้คือ 2 ชิ้น ๆ ละ 23 กก. (50 ปอนด์)
*กระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตฟรีสำหรับบัตรโดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะ (G) คือ 2 ชิ้น ๆ ละ 23 กก. (50 ปอนด์) สำหรับเที่ยวบินระยะไกล และ 1 ชิ้น 23 กก. (50 ปอนด์) สำหรับเที่ยวบินระยะใกล้
*ผลรวมสามด้านของกระเป๋าสัมภาระแต่ละชิ้นต้องไม่เกิน 158 ซม. (62 นิ้ว)


บัตรโดยสารที่ออกในวันที่/ก่อนว้นที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565

เมื่อมีประเภทราคาบัตรโดยสารของ EVA/UNI AIR ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ด้านล่างนี้:

บัตรโดยสารที่ใช้หลักคำนวณตามน้ำหนัก (ยกเว้นประเทศที่ใช้หลักคำนวณตามจำนวนชิ้น)

*ทารกไม่มีที่นั่ง (ทุกชั้นโดยสาร) : 10 กก. (22 ปอนด์)

บัตรโดยสารที่ใช้หลักคำนวณตามจำนวนชิ้น (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้)

*ทารกไม่มีที่นั่ง (ทุกชั้นโดยสาร) - 1 ชิ้น น้ำหนักเท่ากับกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตในชั้นโดยสารของผู้ใหญ่
*ผลรวมสามด้านของกระเป๋าสัมภาระแต่ละชิ้นต้องไม่เกิน 158 ซม. (62 นิ้ว)

กระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตให้ตามชั้นโดยสารเมื่อใช้ค่าโดยสารอื่นนอกเหนือจากประเภทราคาบัตรโดยสารของ EVA/UNI Air:

บัตรโดยสารที่ใช้หลักคำนวณตามน้ำหนัก (ยกเว้นอเมริกา)

*ทารกไม่มีที่นั่ง (ทุกชั้นโดยสาร) - 10 กก. (22 ปอนด์)

บัตรโดยสารที่ใช้หลักคำนวณตามจำนวนชิ้น (ไปยัง/มาจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้)

*ทารกไม่มีที่นั่ง (ทุกชั้นโดยสาร) - 1 ชิ้น น้ำหนักเท่ากับกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตในชั้นโดยสารของผู้ใหญ่
*ผลรวมการวัดขนาดทั้งสามด้านของสัมภาระแต่ละชิ้นต้องไม่เกิน 158 ซม. (62 นิ้ว)

หมายเหตุ:

กระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตเพิ่มสำหรับสมาชิก Infinity MileageLands บัตรไดมอนด์/บัตรโกลด์/บัตรซิลเวอร์และสมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์อื่น ๆ

บัตรโดยสารที่ใช้หลักคิดตามจำนวนชิ้น

  • Infinity MileageLands บัตรไดมอนด์/โกลด์ (มีสถานะเทียบเท่ากับสมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์โกลด์)/ *บัตรซิลเวอร์ (มีสถานะเทียบเท่ากับสมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์ซิลเวอร์) - กระเป๋าสัมภาระเพิ่ม 1 ชิ้น น้ำหนักขึ้นอยู่กับชั้นโดยสารที่จอง
  • สมาชิกสตาร์อัลลายแอนซ์โกลด์ของสายการบินพันธมิตร (ยกเว้น EVA) - กระเป่าสัมภาระเพิ่ม 1 ชิ้น น้ำหนักขึ้นอยู่กับชั้นโดยสารที่จอง
  • สมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์ซิลเวอร์กับสายการบินพันธมิตรอื่น (นอกเหนือจาก EVA) - ไม่มีกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตให้ฟรีเพิ่มเติม

บัตรโดยสารที่ใช้หลักคำนวณตามน้ำหนัก

  • Infinity MileageLands บัตรไดมอนด์/บัตรโกลด์ (มีสถานะเทียบเท่ากับสมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์โกลด์) - 20 กก. หรือ 44 ปอนด์
  • *Infinity MileageLands บัตรซิลเวอร์ (มีสถานะเทียบเท่ากับสมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์ซิลเวอร์) - 10 กก. หรือ 22 ปอนด์
  • สมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์โกลด์กับสายการบินพันธมิตร (นอกเหนือจาก EVA) - 20 กก. หรือ 44 ปอนด์
  • สมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์ซิลเวอร์กับสายการบินพันธมิตร (นอกเหนือจาก EVA) - ไม่มีกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตให้ฟรีเพิ่ม

*กระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตให้ฟรีเพิ่มนี้สำหรับสมาชิก Infinity MileageLands บัตรซิลเวอร์ที่เดินทางด้วยเที่ยวบินระหว่างประเทศซึ่งดำเนินการโดย EVA/UNI Air เมื่อคุณทำการจองเที่ยวบินของ EVA/UNI Air เท่านั้น ไม่มีกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตให้ฟรีเพิ่มสำหรับสายการบินอื่น

เมื่อสมาชิกสตาร์อัลไลแอนซ์โกลด์บินต่อเครื่องกับสายการบินที่ไม่ใช่พันธมิตรสตาร์อัลไลแอนซ์

โปรดทราบว่ากระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตให้ฟรีเพิ่มนี้จะใช้เฉพาะกับเที่ยวบินของสายการบินที่เป็นพันธมิตรสตาร์อัลไลแอนซ์เท่านั้น หากเที่ยวบินต่อเนื่องของคุณไม่ใช่สายการบินที่เป็นพันธมิตรสตาร์อัลไลแอนซ์ อาจมีค่าธรรมเนียมกระเป๋าสัมภาระส่วนเกินจากที่อนุญาตให้ฟรีเพิ่มของคุณได้ 

แผนการเดินทางรวมถึงเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยสายการบินอื่น (เที่ยวบินต่อเนื่องหรือเที่ยวบินรหัสร่วม)

นโยบายเกี่ยวกับกระเป๋าสัมภาระระหว่างสายการบิน

ตามมติ IATA Resolution 302 กระบวนการแบบทีละขั้นตอนจะเป็นตัวกำหนดว่าจะใช้กฎของผู้ดำเนินการใดสำหรับการเดินทางระหว่างสายการบิน ในแต่ละช่วงของการโหลดกระเป๋าสัมภาระใต้ท้องเครื่อง:

  • หากข้อกำหนดเกี่ยวกับกระเป๋าสัมภาระที่ได้ประกาศไว้ระหว่างสายการบินที่เข้าร่วมทั้งหมดเหมือนกัน ข้อกำหนดเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้
  • ในกรณีที่ข้อกำหนดเกี่ยวกับกระเป๋าสัมภาระที่ได้ประกาศไว้อย่างน้อยหนึ่งข้อหรือมากกว่า มีความแตกต่างกันระหว่างสายการบินที่เข้าร่วม ให้ใช้ข้อกำหนดทั่วไป และในกรณีที่ข้อกำหนดมีความแตกต่างกัน ให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับกระเป๋าสัมภาระที่ได้ประกาศไว้ของ “สายการบินหลัก” (MSC) มาใช้ หากเป็นเที่ยวบินรหัสร่วมให้ใช้ข้อกำหนดของสายการบินผู้ซึ่งเป็นผู้ทำการตลาด เว้นแต่ว่าสายการบินนั้นจะประกาศกฎที่ระบุว่าให้เป็นของสายการบินซึ่งเป็นผู้ดำเนินการได้
  • หาก MSC ไม่ได้มีประกาศข้อกำหนดของตนเอง จึงจะให้ใช้กฎของสายการบินผู้ซึ่งเป็นผู้ที่เช็คอิน
  • หากสายการบินผู้ซึ่งเป็นผู้ที่เช็คอินไม่ได้ประกาศข้อกำหนดของตนเอง ให้นำข้อกำหนดของผู้ดำเนินการโดยสารในแต่ละช่วงมาบังคับใช้

ตัวอย่างเช่น

ตัวอย่างที่ 1: ไทเป-{BR}-กรุงเทพฯ (หยุดแวะ)-{XX}-แฟรงก์เฟิร์ต (ไม่หยุดแวะ)-{YY}-โคเปนเฮเกน

ในตัวอย่างนี้การเดินทางถูกแยกออกด้วยการหยุดแวะในกรุงเทพฯ ดังนั้น จึงแยกออกเป็น 2 ช่วง และแต่ละช่วงมีผู้ดำเนินการโดยสารหลัก จากไทเปไปยังกรุงเทพฯ EVA Air เป็นสายการบินผู้ดำเนินการโดยสารหลัก และนโยบายสัมภาระของสายการบิน EVA Air จะนำมาใช้กับช่วงนี้ จากกรุงเทพฯ ไปแฟรงก์เฟิร์ต สายการบิน XX เป็นผู้ดำเนินการโดยสารหลักเนื่องจากเป็นสายการบินที่ดำเนินการในระยะทางทางภูมิศาสตร์ที่ไกลกว่าคือจากกรุงเทพฯ ไปยังแฟรงก์เฟิร์ต นโยบายสัมภาระของสายการบิน XX จะมีผลบังคับใช้กับทุกช่วงตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปยังโคเปนเฮเกน

ตัวอย่างที่ 2: ซิดนีย์-{BB}-บริสเบน (ไม่หยุดแวะ)-{CC}-ไทเป (ไม่หยุดแวะ)-{BR}-ฮีทโธรว์

ในตัวอย่างนี้ มีผู้ดำเนินการโดยสารหลักเพียง 1 ราย เนื่องจากไม่มีการหยุดแวะพักระหว่างการเดินทาง EVA Air เป็นผู้ดำเนินการโดยสารหลักเนื่องจากเป็นผู้ดำเนินการในระยะทางทางภูมิศาสตร์ที่ไกลกว่าคือจากไทเปไปลอนดอน ดังนั้นเส้นทางจากซิดนีย์ไปลอนดอนจะใช้นโยบายกระเป๋าสัมภาระของ EVA Air

ตามระเบียบของกระทรวงคมนาคมของสหรัฐอเมริกา เมื่อแผนการเดินทางบนบัตรโดยสารของผู้โดยสารมีเที่ยวบินต้นทางหรือปลายทางอยู่ในสหรัฐอเมริกา สายการบินแรกบนบัตรโดยสารจะเป็นผู้กำหนดน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระที่อนุญาตฟรีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง (รวมถึงเที่ยวบินร่วม) ตัวอย่างเช่น หากแผนการเดินทางของผู้โดยสารคือฮูสตัน-ลอสแองเจลิส-ไทเป-ลอสแองเจลิส-ฮูสตัน เที่ยวบินแรกใช้เที่ยวบินของ United Airlines และเที่ยวบินหลังใช้เที่ยวบิน EVA Air ในการเดินทางตลอดเส้นทางทั้งหมดนี้ต้องใช้นโยบายสัมภาระของสายการบิน United Airlines รวมทั้งในเส้นทางของการเดินทางกลับ 

สำนักงานขนส่งของแคนาดามีข้อบังคับในทำนองเดียวกันสำหรับแผนการเดินทางบนบัตรโดยสารของผู้โดยสารที่มีเที่ยวบินต้นทางหรือปลายทางอยู่ในแคนาดา คุณสามารถติดต่อตัวแทนท่องเที่ยวของคุณ ตรวจสอบเว็บไซต์ของพันธมิตรระหว่างสายการบิน หรือติดต่อสำนักงานบัตรโดยสารของ EVA Air เพื่อตรวจสอบระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการโหลดกระเป๋าสัมภาระใต้ท้องเครื่อง

ข้อจำกัดในการติดแท็กกระเป๋าสัมภาระ

หากคุณมีแผนการเดินทางที่มีเที่ยวบินมากกว่าหนึ่งเที่ยวบินกับ EVA/UNI Air และ/หรือหนึ่งในสายการบินพันธมิตรของเราอยู่ในบัตรโดยสารใบเดียวกัน เราจะโหลดกระเป๋าสัมภาระของคุณไปจนถึงปลายทางท้ายสุดที่อยู่บนบัตรโดยสารของคุณเมื่อเวลาระหว่างเที่ยวบินน้อยกว่า 12 ชั่วโมง หากคุณจะพักู่ที่จุดต่อเครื่องนานกว่า 12 ชั่วโมง คุณจะต้องรับกระเป๋าสัมภาระของคุณและนำกลับมาเช็คอินอีกครั้ง อาจมีค่าธรรมเนียมกระเป๋าสัมภาระเพิ่มเติม

เนื่องจากข้อบังคับของรัฐบาลหรือข้อจำกัดอื่นๆ (เช่น การเปลี่ยนอาคารโดยสาร) กระเป๋าสัมภาระของคุณอาจไม่สามารถส่งต่อกันภายในในบางประเทศ จึงทำให้สามารถโหลดกระเป๋าสัมภาระขณะเช็คอินไปถึงเมืองที่เป็นเมืองเข้าออกของประเทศเท่านั้น  คุณต้องรับกระเป๋าสัมภาระของคุณที่เมืองที่เป็นเมืองเข้าออกของประเทศ ผ่านด่านศุลกากร และจัดการส่งต่อกระเป๋าสัมภาระไปยังสายการบินที่ต่อเครื่อง

เมื่อผู้โดยสารถือบัตรโดยสารที่ซื้อแยกระหว่างการเดินทาง

ตามข้อบังคับของ IATA สายการบินไม่จำเป็นต้องให้บริการเช็คอินกระเป๋าสัมภาระไปยังจุดหมายปลายทางท้ายสุดของผู้โดยสารเมื่อผู้โดยสารถือบัตรโดยสารที่ซื้อแยกกัน หากมีบัตรโดยสารแยกกัน 2 ใบ ให้ถือว่าจะมีสัญญาของการขนส่งแยกออกเป็น 2 ฉบับ สายการบินได้ประกาศไว้แล้วว่า จะไม่มีบริการเช็คอินกระเป๋าสัมภาระสำหรับบัตรโดยสารที่ซื้อแยกกัน EVA Air จะติดแท็กกระเป๋าสัมภาระของคุณไปยังปลายทางของบัตรโดยสาร EVA Air เท่านั้น เมื่อคุณมาถึงสนามบิน โปรดรับกระเป๋าสัมภาระของคุณและไปที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินถัดไปเพื่อเช็คอินอีกครั้ง ขอขอบคุณสำหรับความเข้าใจ